สวัสดิการต่างๆ

สวัสดิการต่างๆ ที่สมาชิกจะได้รับจากสหกรณ์

ทุนสวัสดิการบำเหน็จสมาชิกที่เกษียณอายุ
สหกรณ์จะจ่ายให้เมื่อสมาชิกมีอายุการเป็นสมาชิกถึงวันที่เกษียณอายุตั้งแต่ 10 ปีเต็มในวันที่อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และต้องส่งเงินค่าหุ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 84 งวด และต้องมีทุนเรือนหุ้นไม่น้อยกว่า 120,000 บาท และยังคงสถานภาพการเป็นสมาชิกสหกรณ์อยู่ โดยจะจ่ายเงินกองทุนนี้จำนวน 20,000 บาท และส่วนที่เกิน 10 ปี จะจ่ายให้ปีละ 1,000 บาท การนับอายุเป็นสมาชิกให้นับเป็นปีเศษของปีให้นับเป็น 1 ปี ตัวอย่าง สมาชิกมีอายุการเป็นสมาชิก 15 ปี สหกรณ์จะจ่ายเงินกองทุนจำนวน 25,000 บาท
สวัสดิการเงินช่วยเหลือสมาชิกผู้เกษียณอายุ "วันเกิด"
สมาชิกที่มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือจะต้องเข้าหลักเกณฑ์ ดังนี้
  • 1. เป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปีบริบูรณ์ และต้องส่งเงินค่าหุ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 84 งวด และมีทุนเรือนหุ้นไม่น้อยกว่า 120,000 บาทยังคงสถานภาพการเป้นสมาชิกอยู่
  • 2. ต้องมีอายุตั้งแต่ 61 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • 3. ต้องเป็นสมาชิกที่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จสมาชิกผู้เกษียณอายุ
เงินช่วยเหลือ
อายุสหกรณ์จ่าย
1. อายุ 61 - 65 ปี จ่าย 3,000 บาท
2. อายุ 66 - 70 ปี จ่าย 4,000 บาท
3. อายุ 71 ปีขึ้นไป จ่าย 6,000 บาท
การจ่ายเงินช่วยเหลือปีละ 1 ครั้ง โดยจะจ่ายให้ในวันสิ้นเดือนของเดือนเกิดของทุกปี โดยสมาชิกยื่นเรื่องแสดง ความจำนงเป็นหนังสือรายงานตัวสมาชิกผู้เกษียณอายุ ว่าด้วย "ทุนสวัสดิการสมาชิกเกษียณอายุ พ.ศ.2555" ถือเป็นการแดสงตนครั้งแรก ที่อายุครบ 61 ปี พร้อมแนบเอกสารสำเนาบัตรประจำตัว สำเนาบัตรประชาชน และหน้าบัญชีธนาคารหรือบัญชีเงินฝากสหกรณ์ฯ ปีต่อๆ ไปทางสหกรณ์ฯ จะโอนเงินเข้าบัญชีให้ท่านอัตโนมัติ
กองทุนสวัสดิการทุนเรือนหุ้น (กรณีเสียชีวิต)
สหกรณ์จะจ่ายให้ตามอายุการเป็นสมาชิกโดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
อายุการเป็นสมาชิกเงินช่วยเหลือที่จะได้รับ
ตั้งแต่ 1 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี ร้อยละ 50 ของทุนเรือนหุ้นแต่ไม่เกิน 65,000 บาท
ตั้งแต่ 10 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี ร้อยละ 80 ของทุนเรือนหุ้นแต่ไม่เกิน 75,000 บาท
ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ร้อยละ 80 ของทุนเรือนหุ้นแต่ไม่เกิน 85,000 บาท
หมายเหตุ
กรณีสมาชิกที่ทุพพลภาพ และได้รับเงินกองทุนนี้แล้ว ต่อมาสมาชิกนั้นถึงแก่กรรม ก็ยังคงได้รับสวัสดิการตามระเบียบนี้ยื่นภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ถึงแก่กรรม
กองทุนสวัสดิการสมาชิกที่เสียชีวิต (ช่วยทำศพ)
เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวของสมาชิกที่เสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือสูงสุดเป็นเงิน 20,000 บาท โดยให้คณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินสวัสดิการให้แก่ทายาทของสมาชิกผู้รับผลประโยชน์ตามลำดับ ซึ่งสมาชิกได้แจ้งไว้เป็นลายลักษณ์อักษรตามที่สหกรณ์กำหนด ผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการตามระเบียบนี้ ต้องมายื่นคำร้องขอรับเงินสวัสดิการสมาชิกที่เสียชีวิต ภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันที่สมาชิกเสียชีวิต
โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
อายุการเป็นสมาชิกสหกรณ์จ่ายให้
1. อายุการเป็นสมาชิก 1 เดือน ถึง 5 ปี จ่าย 10,000 บาท
2. อายุการเป็นสมาชิกมากกว่า 5 ปี ถึง 10 ปี จ่าย 15,000 บาท
3. อายุการเป็นสมาชิกมากกว่า 10 ปี จ่าย 20,000 บาท
กองทุนสวัสดิการหนี้
เมื่อสมาชิกเสียชีวิตและมีหนี้สินในฐานะผู้กู้ค้างอยู่ สหกรณ์จะจ่ายเงินกองทุนสวัสดิการหนี้ให้กับสมาชิกที่มีหนี้สินกับสหกรณ์ ด้วยยอดหนี้คงค้างทั้งหมด แต่ไม่เกิน 70,000 บาท
หมายเหตุ
กรณีมีหนี้สินมากกว่าทุนเรือนหุ้น จึงจะได้รับสวัสดิการดังกล่าว
กองทุนช่วยเหลือสมาชิกที่ได้รับอุบัติเหตุ
เพื่อเป็นการช่วยเหลือสมาชิก เมื่อต้องประสบอันตรายถึงขั้นอันตรายสาหัส ให้ได้รับเงินสวัสดิการ หรือเงินช่วยเหลือกรณีทุพพลภาพ หรือค่าปลงศพแก่สมาชิกหรือครอบครัว
  • 1. กรณีได้รับอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต จะได้รับการช่วยเหลือ 60,000 บาท โดยเแจ้งเอกสารจากการเสียชีวิตเพิ่มเติม คือรายละเอียดบันทึกประจำวันที่เกิดอุบัติเหตุ พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้องจากสถานีตำรวจ
  • 2. กรณีสมาชิกประสบอุบัติเหตุจนถึงขั้นทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะหรือประสบอุบัติเหตุถึงขั้นเจ็บป่วยและเข้าตามข้อบังคับจะได้รับเงินช่วยเหลือวงเงินไม่เกิน 60,000 ตลอดอายุสมาชิกผู้นั้น
    โดยสหกรณ์จะพิจารณาจ่ายเงินให้แก่สมาชิกตามความร้ายแรงแห่งทุพพลภาพขั้นอันตรายสาหัสตามแนวทางเกณฑ์การพิจารณาดังนี้
ความสาหัสเงินช่วยเหลือที่จะได้รับ
แขนขาดข้างหนึ่ง 35,000 บาท
ขาขาดข้างหนึ่ง 35,000 บาท
มือขาดข้างหนึ่ง 35,000 บาท
เท้าขาดข้างหนึ่ง 35,000 บาท
เท้าทั้งสองข้างขาด 60,000 บาท
หูหนวกหนึ่งข้าง 18,000 บาท
หูหนวกสองข้าง 36,000 บาท
นิ้วหัวแม่มือขาดหนึ่งนิ้ว 15,600 บาท
นิ้วชี้ขาดหนึ่งนิ้ว 14,400 บาท
นิ้วหัวแม่มือขาดหนึ่งข้อ 14,400 บาท
นิ้วนางหรือนิ้วกลางขาดหนึ่งนิ้ว 6,000 บาท
นิ้วก้อยขาดหนึ่งนิ้ว 4,800 บาท
นิ้วหัวแม่เท้าขาดหนึ่งนิ้ว 3,600 บาท
นิ้วเท้าอื่นขาดหนึ่งนิ้ว 1,800 บาท
สูญเสียลูกตาหนึ่งข้าง 30,000 บาท
สูญเสียลูกตาสองข้าง 60,000 บาท
แผลฉีกขาดที่ได้รับการเย็บติดตั้งแต่ 10 เข็มขึ้นไป
(ถ้ามากกว่า 10 เข็ม จ่ายเข็มละ 100 บาท)
1,000 บาท
กระดูกแตกร้าว 5,000 บาท
กระดูกแตกร้าวจนต้องเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัด 10,000 บาท
นิ้วหัก จ่ายนิ้วละ 1,000 บาท
แขนหักหนึ่งข้าง 5,000 บาท
แขนหักสองข้าง 10,000 บาท
ขาหักหนึ่งข้าง 5,000 บาท
ขาหักสองข้าง 10,000 บาท
สูญเสียสมรรถภาพในการมองเห็นร้อยละ 90 ขึ้นไป
หรือเสียความสามารถในการมองเห็นตั้ง 3/60 หรือมากกว่าของตาหนึ่งข้าง
หรือสูญเสียความสามารถในการใช้สายตาสองข้างร่วมกัน
24,000 บาท
สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ์ หรือสูญเสียความสามารถในการสืบพันธุ์โดยสิ้นเชิง 24,000 บาท
สูญเสียประสาทในการรับรู้กลิ่น 24,000 บาท
อุบัติเหตุจนถึงขั้นแท้งลูก 12,000 บาท
ลิ้นขาด 24,000 บาท
จิตพิการติดตัว 24,000 บาท
กรณีประสบอันตรายถึงขั้นเจ็บป่วยด้วยอาการทุกขเวทนาที่แพทย์ต้อง
ให้การรักษาพยาบาลโดยวิธีการผ่าตัดใหญ่ เช่น ผ่าตัดเปิดช่องท้อง
ผ่าตัดเปิดช่องทรวงอก ผ่าตัดไขสันหลัง ผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ
ผ่าตัดอวัยวะส่วนอื่นใดที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่าที่กล่าวมาข้างต้น
24,000 บาท
สมาชิกยื่นคำร้องพร้อมเอกสารแนบดังนี้
  • 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน , บัตรพนักงาน
  • 2. ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล
  • 3. สำเนาใบเสร็จ
  • 4. สำเนาหน้าบัญชีธนาคารที่โอนเงิน
  • 5. IOC ถึงคณะกรรมการ

 

หมายเหตุ
  • กรณีที่สมาชิกประสบอันตรายได้รับบาดเจ็บหลายส่วนของร่างกาย ให้ได้รับเงินสวัสดิการรายการสูงสุดเพียงรายการเดียว และมีสิทธิ์ได้รับเงินสวัสดิการสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ในการประสบอันตรายครั้งนั้น
  • สมาชิกมีสิทธิร้องขอให้สหกรณ์จ่ายเงินสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่ที่ประสบอันตราย
  • กรณีที่สมาชิกประสบอันตรายได้รับบาดเจ็บจนถึงแก่ความตาย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีสิทธิที่จะร้องขอให้สหกรณ์จ่ายเงินสวัสดิการช่วยเหลือเป็นค่ารักษาพยาบาลก่อนตาย
    และค่าปลงศพได้เต็มจำนวนเงินสวัสดิการ
  • เงินสวัสดิการนี้จะไม่จ่ายในกรณีประสบภัยดังกล่าวเกิดขึ้นจากภัยสงคราม หรือการจลาจล หรือทะเลาะวิวาท หรือการเมาสุรา หรือยาเสพติด หรือการกระทำผิดกฏหมาย
    ที่ผู้ประสบภัยเป็นผู้ก่อให้เกิดโดยเจตนา
ทุนส่งเสริมการศึกษา
เพื่อให้เป็นทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิก ทุนส่งเสริมการศึกษาสำหรับสมาชิกและครอบครัวสมาชิก คณะกรรมการดำเนินงาน ผู้ตรวจสอบกิจการ ผู้ตรวจสอบภายใน
ทุนการศึกษาบุตรสมาชิก
1. ทุนเรียนดี
เป็นทุนที่มอบให้สำหรับบุตรสมาชิกผู้มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ ดีเยี่ยม แยกเป็น 4 ระดับ คือ ชั้นประถมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษา ชั้นอาชีวะศึกษา และชั้นอุดมศึกษา จำนวนเงินและจำนวนทุน ของแต่ละระดับชั้นการศึกษา ให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการดำเนินการคุณสมบัติของผู้รับทุนการศึกษา
  • 1. เป็นบุตรสมาชิก
  • 2. มีความประพฤติเรียบร้อย
  • 3. กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาของทางราชการหรือสถาบันการศึกษาของเอกชนที่ทางราชการรับรอง
  • 4. ระดับประถมศึกษา ต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยตลอดทั้งปีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 (75%)
  • 5. ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวะศึกษา และระดับอุดมศึกษาต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยตลอดทั้งปีไม่ต่ำกว่า 2.75
2. ทุนช่วยเหลือการศึกษา
เป็นทุนที่มอบให้กับสมาชิกผู้มีรายได้น้อย ที่มีบุตรกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาของทางราชการหรือสถาบันการศึกษาของเอกชนที่ทางราชการรับรองคุณสมบัติของผู้รับทุนการศึกษา
  • 1. สมาชิกมีบุตรในวัยศึกษาตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป
  • 2. อัตราเงินเดือนของสมาชิก ณ วันที่ยื่นขอรับทุนให้เป็นไปตามประกาศของสหกรณ์ฯ
  • 3. กรณีคู่สมรสเป็นสมาชิกด้วยกันให้นำอัตราเงินเดือนมารวมกันแล้วนำมาเฉลี่ยต้องไม่เกินตามจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อ 2
  • 4. มีบุตรกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาของทางราชการหรือสถาบันการศึกษาของเอกชนที่ทางราชการรับรอง
หมายเหตุ
หลักเกณฑ์การพิจารณาหรือรายละเอียดอื่น ๆ ให้เป็นไปตามประกาศของสหกรณ์ฯ


การส่งเสริมการศึกษา
  • 1. ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ พิจารณาอนุมัติตามความเหมาะสมให้กรรมการ ผู้ตรวจสอบกิจการ ผู้ตรวจสอบภายใน เจ้าหน้าที่ และสมาชิก เข้าร่วมประชุมใหญ่และการประชุมสัมมนาวิชาการต่างๆ ซึ่งจัดโดยหน่วยงานราชการ หรือองค์กรสหกรณ์ฯ หรือสถาบันการศึกษา หรือเอกชน ที่มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาอันเป็นประโยชน์ต่อกิจการสหกรณ์ฯ โดยสหกรณ์ฯ จะออกค่าลงทะเบียน เบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ ตามระเบียบสหกรณ์ฯ ที่กำหนดไว้
  • 2. ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ พิจารณาจัดการสัมมนาวิชาการสหกรณ์ฯ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในหลักการและอุดมการณ์ของสหกรณ์ฯ หรือจัดสัมมนาวิชาชีพเสริมหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็น ประโยชน์แก่สมาชิกและครอบครัวสมาชิก เพื่อส่งเสริมความมั่นคงของสถาบันครอบครัว
ทุนสาธารณประโยชน์
ให้จ่ายเพื่อสาธารณประโยชน์ทั่วไปตามที่คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ เห็นสมควรเกี่ยวกับสาธารณประโยชน์ทั่วไป
  • 1. เพื่อสาธารณทั่วไป ได้แก่ เป็นทุนในการก่อสร้างหรือซ่อมแซม หรือ ต่อเติมอาคารหรือสถานที่อันเป็นสาธารณทั่วไป เช่น ถนน โรงพยาบาล สวนสาธารณะ การจัดสรรในหมู่สมาชิก
  • 2. เพื่อสาธารณกุศล ได้แก่ บำรุงศาสนา เป็นการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ เช่น อัคคีภัย อุทกภัย และวาตภัย เป็นต้น นอกจากนี้สหกรณ์ยังช่วยเหลือสมาชิกที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ ได้แก่
    อัคคีภัย อุทกภัย และวาตภัยโดยมีหลักเกณฑ์ตามข้อบังคับ
  • บ้านที่เป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่สมาชิกอาศัยอยู่จริงเสียหายทั้งหลังสหกรณ์จ่ายให้ 20% ของค่าเสียหายแต่ไม่เกิน 10,000.00 บาท
  • บ้านที่เป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่สมาชิกอาศัยอยู่จริงเสียหายบางส่วนสหกรณ์จ่ายให้ 20% ของค่าเสียหายแต่ไม่เกิน 3,000.00 บาท และไม่น้อยกว่า 1,000.00 บาท
  • สมาชิกที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันให้ได้รับเงินสงเคราะห์เพียงรายเดียว
  • สหกรณ์จะพิจารณาให้ตามสัดส่วนของความเสียหายซึ่งคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา
หลักฐานประกอบการพิจารณาขอรับเงินสงเคราะห์ผู้ประสบภัยมีดังนี้
  • หนังสือคำร้องขอรับเงินสงเคราะห์ให้ส่งถึงประธาน
  • สำเนาบัตรประจำตัวพนักงาน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อสมาชิกอยู่
  • ภาพถ่ายความเสียหายบ้านของสมาชิกที่ประสบภัย
  • หนังสือรับรองการประสบภัยของส่วนราชการ
  • บัญชีประเมินทรัพย์ที่เสียหาย
  • เอกสารหรือหลักฐานที่แสดงกรรมสิทธิ์
สมาชิกจะต้องยื่นขอรับเงินสงเคราะห์ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ประสบภัยนั้น เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วเป็นอันหมดสิทธิในการขอรับเงินสงเคราะห์
เป็นการสงเคราะห์นักเรียนที่ยากจนหรือสงเคราะห์ทั่วไป
กองทุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกันเงินกู้สามัญ
เป็นกองทุนที่สมาชิกผู้กู้เงินกู้สามัญร่วมกันชำระเงินเข้ากองทุนไว้กับสหกรณ์ฯ เพื่อเป็นสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิกที่เป็นผู้ค้ำประกันหนี้เงินกู้สามัญ ในกรณีที่ผู้กู้พ้นสภาพจากงานประจำ หรือพ้นสภาพจาก
การเป็นสมาชิกสหกรณ์ฯ และรวมถึงในกรณีที่ผู้กู้เสียชีวิต โดยผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้สามัญได้ครบถ้วนและต้องเรียกชำระหนี้จากผู้ค้ำประกัน โดยสหกรณ์ฯ จะนำรายได้ของกองทุนมาช่วยเหลือผู้ค้ำประกัน
  • 1. ที่มาของเงินกองทุน
    • เงินสมทบอุดหนุนจากสหกรณ์
    • เงินค่าธรรมเนียมในการขอกู้เงินกู้สามัญใหม่ ตามอัตราที่สหกรณ์กำหนด
    • เงินที่ได้รับจากการติดตามทวงถามหนี้จากสมาชิกเท่ากับจำนวนเงินที่จ่ายช่วยเหลือผู้ค้ำประกัน
  • 2. สหกรณ์จะเรียกเก็บและรักษาไว้ในบัญชี "กองทุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกันเงินกู้สามัญ" และให้สหกรณ์จัดเก็บเงินสมทบอุดหนุนเข้ากองทุนในอัตราเดียวกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สามัญ ตามจำนวนยอดเงินฝาก ออมทรัพย์ที่เป็นประกันเงินกู้สามัญที่มีสมาชิกเป็นผุ้ค้ำประกัน
  • 3. เมื่อสมาชิกผู้ใดพ้นสภาพงานประจำ หรือพ้นสภาพจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์ หรือเสียชีวิต สหกรณ์จะนำเงินค่าหุ้น เงินฝาก เงินได้อื่นใดอันสมาชิกพึงจะได้รับ เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ หรือเงินรายได้อื่นๆ ไปหักลบกลบหนี้หรือชำระหนี้เงินกู้สามัญของสมาชิกแล้วแต่กรณี (ในกรณีที่เงินกองทุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกันเงินกู้ สามัญที่มีอยู่ไม่เพียงพอที่จะจ่ายสหกรณ์จะเฉลี่ยให้ตามเงินกองทุนที่มีอยู่เท่านั้น) หนี้ที่เหลือค้างชำระอยู่เป็นจำนวนเท่าใด สหกรณ์จะโอนเงินสมทบอุดหนุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกันเงินกู้สามัญไปชำระหนี้ ร้อยละ 50 ของหนี้เงินกู้สามัญจำนวนที่เหลือนั้น แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หนี้เงินกู้สามัญส่วนที่เหลือให้ผู้ค้ำประกันชำระแทน
  • 4. เงินที่ได้รับจากการติดตามทวงถามหนี้จากสมาชิก จะโอนเข้าบัญชีเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ค้ำประกันเงินกู้สามัญ เท่ากับจำนวนเงินที่จ่ายช่วยเหลือผู้ค้ำประกัน
ประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับจากสหกรณ์ฯ
  • 1. เงินปันผล
    เมื่อสิ้นปีบัญชีสหกรณ์ จะจ่ายเงินปันผลตามหุ้นให้แก่สมาชิกตามมติที่ประชุมใหญ่จัดสรรให้ ทั้งนี้ต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฏกระทรวง (ไม่เกินร้อยละ 10 ต่อปี) ซึ่งสมาชิกจะได้รับเงินปันผล ตามหุ้นเต็มจำนวน โดยได้รับยกเว้นภาษีเงินได้
  • 2. เงินเฉลี่ยคืน
    สมาชิกที่กู้เงินจากสหกรณ์ เมื่อสิ้นปีบัญชีสหกรณ์ จะจ่ายเงินเฉลี่ยคืนให้ตามส่วนจำนวนรวมของดอกเบี้ยเงินกู้ที่ได้ส่งให้แก่สหกรณ์ใน ระหว่างปีตามมติที่ประชุมใหญ่จัดสรรให้ อัตราเงินเฉลี่ยคืนอาจลด หรือเพิ่มขึ้น ไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกปี ส่วนสมาชิกที่ผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้ ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ยในปีใดจะไม่ได้รับเงินเฉลี่ยคืนสำหรับปีนั้น เว้นแต่การผิดนัดนั้นไม่ได้เกิดจากการกระทำของตนเอง
  • 3. ดอกเบี้ยเงินฝาก
    สมาชิกจะได้รับดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราที่สูงกว่า หรืออย่างน้อยเทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์โดยทั่วไป และยังได้รับยกเว้นภาษีเงินได้จากเงินฝากออมทรัพย์อีกด้วย
  • 4. ดอกเบี้ยเงินกู้
    สหกรณ์จะคิดดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราที่ต่ำกว่า หรือเทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากสถาบันการเงินอื่น